เส้นทางรถไฟฟ้าแบบสมบูรณ์

การเดินทางเชื่อมจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งอย่างง่ายดาย สะดวกสบาย ด้วยรถไฟฟ้าในเมืองใหญ่เป็นภาพฝันที่คุณอยากให้เกิดขึ้นกับกรุงเทพมหานครใช่ไหม เราได้มีโอกาสใช้รถไฟฟ้าครั้งแรกในปี 2542 แต่ผ่านมาหลายปีเรายังคงมีรถไฟฟ้าเพียง 4 เส้นทางมีสถานีให้บริการเพียง 60 แห่ง ยังไม่ครอบคลุมทั่วกรุงเทพ   ส่วนเส้นทางที่เหลือยังคงเป็นแผนการก่อสร้าง และกำลังลงมือก่อสร้าง แล้วคุณรู้หรือไม่หากทุกอย่างเสร็จ จะเกิดเส้นทางการเดินทางทั่วกรุงเทพที่เชื่อมโยงกันด การจะเดินทางไปในย่านการจราจรติดขัด หรือ แหล่งธุรกิจจะเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น  โดยเส้นทางรถไฟฟ้าแบบสมบูรณ์ ประกอบด้วย 13 เส้นทาง ดังนี้

เส้นทางรถไฟฟ้าแบบสมบูรณ์

  1. สายสีแดงเข้ม  เส้นทางบ้านภาชี-มหาชัย  ระยะทางรวม 114.3 กิโลเมตร รวม 38 สถานี คาดว่าจะเสร็จในปี 2563 เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมกรุงเทพฯ โซนเหนือและใต้ ปัจจุบันรถไฟฟ้าเส้นนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างช่วงบางซื่อ-รังสิต
  2. สายสีแดงอ่อน   เป็นรถไฟชานเมืองสายตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรถไฟฟ้าชานเมืองสีแดง มีระยะทางประมาณ 127.5 กิโลเมตร ซึ่งได้ทำการก่อสร้างช่วงชุมทางตลิ่งชัน-สถานีกลางบางซื่อ และอยู่ระหว่างทดลองเดินรถด้วยรถไฟดีเซลราง
  3. สายท่าอากาศยาน   หากทำแล้วเสร็จจะทำให้การเดินทาง จากดอนเมืองถึงสุวรรณภูมิใช้เวลาเดินทาง 30 นาที โดนมีสถานีรายทางทั้งสิ้น 10 สถานี คือ ท่าอากาศยานดอนเมือง – บางซื่อ – พญาไท – ราชปรารภ – มักกะสัน – รามคำแหง – หัวหมาก – บ้านทับช้าง – ลาดกระบัง – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  4. สายสีเขียวเข้ม ปัจจุบันเปิดให้บริการช่วงสำโรง-หมอชิต พาดผ่านใจกลางกรุงเทพและพื้นที่สำคัญย่านใจกลางเมือง ปัจจุบันและอยู่ระหว่างการก่อสร้างส่วนต่อขยาย ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต
  5. สายสีเขียวอ่อน   เป็นรถไฟฟ้าเส้นทางที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (จุดเชื่อมต่อบริเวณสถานีสยาม) ปัจจุบันเปิดให้บริการที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สถานีบางหว้า อนาคตจะขยายเส้นทาง เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน
  6. สายสีน้ำเงิน เปิดให้บริการช่วงเตาปูน-หัวลำโพง มีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนและสีเขียวเข้ม และอยู่ระหว่างก่อสร้างส่วนต่อยขยายจากเตาปูน-ท่าพระ และหัวลำโพงบางแค
  7. สายสีม่วง  ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วในช่วงสถานีเตาปูน-คลองบางไผ่ ซึ่งมีจุดเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินบริเวณสถานีเตาปูน กำลังเตรียมก่อสร้างส่วนต่อขยายจากเตาปูนไปราษฎร์บูรณะ
  8. สายสีส้ม  คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ประมาณปี 2566ตอนนี้กำลังเริ่มต้นก่อสร้างช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ซึ่งจะมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินหรือ MRT ที่สถานีศูนย์วัฒนธรรม
  9. สายสีชมพู  แคราย-มีนบุรี เป็นโมโนเรล รางเดี่ยว ใช้ระยะเวลาก่อสร้างไม่นาน ระยะทางประมาณ 36 กิโลเมตร จะมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีแดง สายสีเทาและสายสีส้ม
  10. สายสีเหลือง   ลาดพร้าว-สำโรง ปัจจุบันก็ลงมือเตรียมก่อสร้างกันแล้ว ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นรูปแบบโมโนเรล
  11. สายสีเทา   เส้นทาง วัชรพล-พระโขนง-สะพานพระราม 9-ท่าพระระยะทางประมาร 26 กิโลเมตร
  12. สายสีฟ้า   เส้นทางดินแดง-สาทร ระยะทางประมาณ 9.5 กิโลเมตร โครงการยังอยู่ในแผนการพิจารณา
  13. สายสีน้ำตาล  เส้นทางแคราย-บึงกุ่ม ระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร อยู่ระหว่างการพิจารณาจะสร้างเป็นรถไฟฟ้ารูปแบบโมโนเรล

สิ่งที่ควรรู้หากต้องการสร้างบ้านเอง

สิ่งที่ควรรู้หากต้องการสร้างบ้านเอง

ปัจจุบัน หากคุณมีความต้องการบ้านเดียว เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย สามารถแสวงหาตัวเลือกจากบ้านจัดสรรที่มีจำนวนมากมาย หลากหลายรูปแบบ หลายโครงการ  แต่ความสำเร็จรูปของบ้านจัดสรรก็อาจไม่ใช่ “บ้าน” ที่ตอบสนองความต้องการทุกอย่างของคุณ

หลายคนมีไอเดียที่อยากจะสร้างบ้านในแบบที่ตัวเองต้องการ เพื่อให้เกิดประโยชน์ใช้สอยตามความปรารถนา แต่การสร้างบ้านหนึ่งหลังไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบ้านไม่ได้มีเพียงความสวยงามที่เห็นภายนอกแต่ยังต้องมีโครงสร้าง และส่วนประกอบอื่นๆกว่าจะเป็นบ้านในแบบที่ต้องการ มีหลายสิ่งที่คุณควรรู้หากคิดจะอำนวยการสร้างบ้านด้วยตัวเอง

สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือ ที่ดิน ที่จะเป็นที่ตั้งของบ้าน พร้อมสำหรับการสร้างบ้านหรือไม่ เป็นทำเลที่สามารถก่อสร้างที่อยู่อาศัยได้ มีสาธารณูปโภคครบครัน เช่น ไฟฟ้า น้ำประปาผ่าน เพื่อพร้อมในการอยู่อาศัย  ระดับความสูงและความแน่นของหน้าดิน มีความเพียงพอหรือไม่ต้องทำการถมที่ดินหรือไม่ เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นมนอนาคตเช่น น้ำท่วม หรือการสร้างถนนในอนาคตที่อาจทำให้ที่ดินของคุณมีระดับต่ำกว่าถนน โดยปกติแล้วควรถมที่ดินให้มีความสูงมากกว่าถนนคอนกรีตประมาณ 50 เมตร

ที่ดินเรียบร้อยแล้วพิจารณาแบบบ้าน ที่พอใจ  โดยการบอกความต้องการเบื้องต้น เช่น ต้องการพื้นที่ใช้สอยประมาณเท่าไหร่ ประโยชน์ของส่วนใช้สอบต่างๆ ต้องการห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น แบบใด สมาชิกในครอบครัวมีใครบ้าง โดยบอกความประสงค์กับผู้ที่คุณจ้างเขียนแบบบ้าน

สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ การวางแผนเรื่องงบประมาณ โดยต้องพิจารณาอย่างรอบครอบถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายแฝงต่างๆ  รวมทั้งต้องเตรียมเงินสำรองไว้ประมาณ 10% ของงบประมาณที่ประมาณการไว้เมื่อทราบจำนวนเงินที่ต้องใช้แล้ว ต้องแสวงหาแนวทางในการได้เงินนั้นมาในต้นทุนที่ต่ำที่สุด  พิจารณาดีว่าจะทำการกู้เงินเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ และลงเงินสดเองกี่เปอร์เซ็นต์  อย่าลืมคำนวณต้นทุนของเงินทุนก็คือดอกเดอกเบี้ยเงินกู้ที่จะเกิดขึ้นด้วย

สิ่งที่ควรรู้หากต้องการสร้างบ้านเอง

ต่อจากนั้นคือการพิจารณาจ้างผู้รับเหมา หรือ เลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน ต้องเลือกบริษัทที่ไว้วางใจได้มีการทำสัญญาที่ชัดเจน อย่างเป็นธรรม กำหนดระยะงวดการจ่ายเงินและผลลัพธ์ของผลงานเป็นไปอย่างสมเหตุผล ควรต้องเป็นบริษัทที่มีผลงานดีเป็นที่ชัดเจน การใช้บริการมือใหม่มีความเสี่ยงสูงมากผู้รับเหมา หรือ เลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน  หากเป็นคนเดียวกับผู้เขียนแบบจะดีมาก และทำให้ขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้าง เป็นไปได้ง่ายขึ้น  โดยเราจะต้องทำการส่งแบบบ้านให้กับวิศวกรและสถาปนิก เป็นผู้ลงนามอนุญาตให้สร้างได้ จากนั้นนำไปขออนุญาตก่อสร้างกับสำนักงานเขตท้องถิ่นหรือเทศบาลในพื้นที่ที่เรากำลังจะสร้างบ้าน

จากนั้นเข้าสู่กระบวนการก่อสร้างบ้าน โดยเจ้าของบ้านต้องความรอบคอบในการจ่ายเงินค่าจ้าง ติดตามการสร้างบ้านอย่างใกล้ชิดและใส่ใจ กำกับควบคุมไม่ให้ผู้รับเหมาทิ้งงาน ศึกษาในเรื่องของวัสดุต่างๆเพื่อให้รู้เท่าทันผู้รับเหมา   เมื่อบ้านก่อสร้างแล้วเสร็จ ต้องยื่นเลขที่บ้านโดยต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันหลังจากที่บ้านสร้างเสร็จ จากนั้นนำทะเบียนบ้านที่ได้รับไปยื่นขอมีน้ำ และไฟฟ้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง